เกี่ยวกับเรา…โรงเรียนกาละพัฒน์

aboutus

จากคำถามที่ว่า…การศึกษาที่ดีสำหรับเด็กควรจะเป็นแบบไหน และพวกเขาจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมให้มีความสุขได้อย่างไร? เป็นสิ่งจุดประกายให้เราสร้างสรรค์สถานที่ซึ่งเรียกว่า “โรงเรียน” ในแบบฉบับที่เราเชื่อว่าแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป

ทั้งวิธีการเรียนการสอน และหลักสูตร ที่เน้นการสร้างคุณภาพทางวิชาการควบคู่ไปกับความสุขของเด็ก

เพราะเรามีความเชื่อว่า เด็กทุกคน เหมือนต้นกล้าที่พร้อมจะเติบโต แตกหน่อ ผลิใบอย่างงดงาม และยืนต้นอย่างมั่นคง ท้าแดด ลม ฝน… หากได้รับการปลูกฝังกระบวนการทางความคิดที่เหมาะสม เด็กก็จะสามารถแสดงถึงศักยภาพภายในตัวออกมาได้อย่างเต็มที่ และรู้วิธีการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง…

หากผู้ปกครองกำลังเกิดคำถามในใจว่า…โรงเรียนกาละพัฒน์ มีความแตกต่าง หรือน่าสนใจ และเหมาะสมกับการส่งลูกหลานมาเรียนอย่างไรบ้าง? เราขออธิบายเพื่อความเข้าใจ ดังนี้

  • การเรียนการสอน

    เราออกแบบการเรียนการสอนผสมผสานแนวคิดหลายอย่างที่เชื่อมโยงกับโลกและชีวิตจริง ได้แก่ การออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของสมอง การบูรณาการองค์ความรู้ การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจากการทำโครงงาน เพื่อพัฒนาการคิดหลายระดับและการออกแบบการเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่ความเข้าใจ (Teaching for Understanding) โดยจัดทำเป็นหน่วยการเรียนแบบบูรณาการที่ผสมผสานทุกแนวคิดข้างต้น และให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเป็นผู้เลือกหัวข้อ ที่จะเรียนร่วมกันด้วย ในแต่ละหน่วยการเรียนจะใช้เวลา10 สัปดาห์ ทั้งนี้ยังต้องให้สอดคล้องกับมาตรฐาน และตัวชี้วัดของหลักสูตรระดับชาติ ส่วนวิชาที่เป็นทักษะพื้นฐานได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และ คณิตศาสตร์ ได้แยกออกมาสอนเป็นรายวิชาเฉพาะ

  • จิตศึกษา

    เป็นวิชาที่พัฒนาความฉลาดทางด้านอารมณ์และด้านจิตวิญญาณ เน้นการปลูกฝังวินัยและคุณธรรมแบบลึกให้เห็นคุณค่าของตนเอง ผู้อื่น และสรรพสิ่ง ทั้งยังเป็นช่วงเวลาของ การเตรียมผู้เรียนให้พร้อมกับการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมพัฒนาคลื่นสมองต่ำ ซึ่งกิจกรรมของ “จิตศึกษา” มีหลากหลายตามวัย เช่น กอด กำหนดจิต โยคะ ดนตรี ศิลปะ กำกับสติ สุนทรียะสนทนา การถ่ายทอดประสบการณ์ วรรณกรรม นิทาน การให้พลังใจแก่กันและกัน การให้อภัย ฯลฯ

  • คุณค่าความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน

    คือฐานความเชื่อสำคัญของโรงเรียนฯ สำหรับการจัดการศึกษา การคิดใคร่ครวญสู่การปฏิบัติอย่างรอบคอบรอบด้านจะทำให้ผู้เรียนทุกคน ได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ การประเมินผลแบบหยาบ มิติเดียวอาจส่งผลให้ผู้เรียนล้มเหลวได้ ที่นี่จึงมีการวัดผลและประเมินผลมุ่งค้นหา เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนแบบองค์รวมไม่ใช่เฉพาะด้านความรู้ โดยการประเมินตามสภาพจริงอย่าง ต่อเนื่องด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย ผลงาน ชิ้นงาน ภาระงาน หรือ การปฏิบัติในชีวิตจริงจะถูกประเมิน โดยเกณฑ์รูบริคทั้งครูและผู้เรียนจะได้เห็นคุณค่าของผลงานในมิติที่ครอบคลุม ผู้เรียนจะได้เห็นความก้าวหน้าของตนเองโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่นความเชื่อดังกล่าวยังนำไปสู่แนวปฏิบัติในการปรับพฤติกรรมที่เน้น “การชี้ถูก” มากกว่า “การชี้ผิด” เมื่อผู้เรียนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ครูจะปรับพฤติกรรมโดยทำเป็นตัวอย่าง หรือ ชื่นชมสิ่งถูก หรือ ตั้งคำถามเพื่อให้เด็กนำไปสู่สิ่งถูก เป็นต้น

  • การพัฒนาครู

    “มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่จะสอนความเป็นมนุษย์ได้” ครูจึงสำคัญยิ่งต่อคุณภาพการศึกษา กระบวนการรับครูไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ไม่ได้ให้ผลแตกต่างกันมากนัก แต่สิ่งที่ส่งผลต่อคุณภาพ ของครูที่แท้จริงคือกระบวนการพัฒนาครูผ่านวัฒนธรรมองค์กร ได้แก่ การทำให้เห็นเป้าหมายร่วมกัน การมีความรู้สึกร่วมในเป้าหมาย และ การรู้วิธีทำให้ไปสู่เป้าหมายนั้น, การพัฒนาครูอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยผ่านการปฏิบัติงาน การสะท้อนงาน สนทนาอย่างเป็นกัลยาณมิตร การประชุมเพื่อย่อยประสบการณ์ที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ เป็นต้น, การทำงานเป็นทีม คือ คิดแบบร่วมมือ ไม่ใช่คิดแบบแข่งขัน, กรอบความคิดที่เป็นบวก เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ และการมองเห็นคุณค่าของคนอื่นหรือสิ่งอื่น
    การสร้างบรรยากาศในการทำงาน ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน สัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูกับครู ครูกับผู้เรียน ครูกับผู้ปกครอง

  • การทำงานกับผู้ปกครอง

    ผู้ปกครองจะร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันกับโรงเรียน เพื่อการพัฒนาผู้เรียนให้เต็มศักยภาพอย่างแท้จริงต้องเกิดจาก ความร่วมมือระหว่างบ้านกับโรงเรียน เราจริงจังที่จะสร้างความเข้าใจและสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครองด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย

    » การจัดปฐมนิเทศเพื่อแลกเปลี่ยนความคาดหวังหรือชี้แจงแนวคิด เป้าหมาย แนวปฏิบัติ
    » การจัดค่ายผู้ปกครองเพื่อสร้างความคุ้นเคยและการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน
    » การสื่อสารทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น การพูดคุย สมุดสื่อสาร Facebook – Line
    » การประชุมทุกเดือนเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางในการแก้ปัญหาหรือการพัฒนาผู้เรียน
    » การเป็นผู้ปกครองอาสาเพื่อให้ได้เรียนรู้กระบวนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน และ มีส่วนร่วมในการสอนโดยเชื่อมโยงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาเข้าสู่การเรียน