หลักสูตรการศึกษา

กลุ่มสาระการเรียนรู้

ภาษาไทย , คณิตศาสตร์ , ภาษาต่างประเทศ , ศิลปะ

กลุ่มวิชาบูรณาการ

วิทยาศาสตร์ , สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม , การงานอาชีพและเทคโนโลยี , สุขศึกษาและพละศึกษา

โรงเรียนกาละพัฒน์ได้เปิดสอนหลักสูตรสาระการเรียนรู้ขั้นพื้นฐาน ควบคู่ไปกับการออกแบบการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของสมอง การบูรณาการองค์ความรู้ผ่านการปฏิบัติจากการทำโครงงานตามกระบวนการเรียนรู้แบบ Problem-based Learning โดยอ้างอิงให้สอดคล้องกับมาตรฐาน และตัวชี้วัดของหลักสูตรตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อพัฒนาการคิดหลายระดับและการออกแบบการเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่ความเข้าใจ (Teaching for Understanding) ส่วนวิชาที่เป็นทักษะพื้นฐานได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และ คณิตศาสตร์ ได้แยกออกมาสอนเป็นรายวิชาเฉพาะ ดังคำอธิบายรายวิชาดังนี้

การเรียนรู้ทักษะภาษาไทย

เรียนรู้ด้วยทักษะพื้นฐานทางภาษา คือ การฟัง พูด อ่าน และเขียน ความแตกฉานทางภาษามีความสำคัญสำหรับการสื่อสารเพื่อใช้ในการเรียนรู้ศาสตร์อื่นๆ เริ่มต้นด้วยการฟัง คือ การการเรียนรู้ที่จะเข้าใจในความหมายของเสียง จับความรู้สึกอารมณ์ของเสียงสูง ต่ำ ราบเรียบ เสียงคำศัพท์ที่สื่อความหมาย ถัดมาคือ การพูด พูดสื่อสารออกมาได้ด้วยคำ ประโยค การสรรหาใช้คำเชื่อมต่างๆ ที่ร้อยเรียงประโยคเข้าด้วยกัน ตลอดจนมีมารยาทที่ดีในการพูด แล้วจึงเริ่มทักษะ

ต่อมาคือ การอ่าน และการเขียน เป็นใช้สัญลักษณ์ รูปภาพแทนเสียงของคำศัพท์ ทั้งที่มีความหมายและไม่มีความหมาย จากนั้นมาจึงเริ่มเรียนรู้รูปแบบหรือโครงสร้างของภาษา โดยการเทียบเคียงด้วยรูป ด้วยการเปล่งเสียง การผันเสียง จนได้ออกมาเป็นคำด้วยตนเอง แล้วจึงได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการแตกแขนงทางภาษา ซึ่งเป็นการเห็นรูปแบบหรือโครงสร้าง รูปคำ ประโยค การจำแนกคำ การสร้างคำใหม่ การเชื่อมโยงคำจนสามารถสร้างอภิธานศัพท์หรือกลุ่มคำที่สามารถอธิบายสิ่งต่างๆ ใช้ในเชิงนามธรรมหรือความหมายที่แท้จริงของสิ่งนั้นได้ ซึ่งร้อยเรียงผ่านหน่วยการเรียนต่างๆ

การเรียนรู้คณิตศาสตร์

ทักษะทางด้านคณิตศาสตร์คือพื้นฐานของการเรียนรู้วิชาต่างๆ อีกทั้งเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตประจำวัน การฝึกทักษะทางด้านคณิตศาสตร์จะส่งผลต่อการพัฒนาทางด้านสมอง แม้เราจะใช้การคิดคำนวณในชีวิตประจำวันไม่ถึง 3% แต่สิ่งสำคัญคือ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์จะเป็นทางนำไปสู่การพัฒนาทางด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงตรรกะ การแก้ปัญหา ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การมองเห็นรูปแบบต่างๆ ที่ซ่อนอยู่นอกเหนือจากสิ่งที่มองเห็นด้วยตา

ผ่านการฝึกฝนการถอดรหัสโดยสืบสาวหาที่มาจากสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัว รวมถึงมิติ รูปร่างรูปทรง พื้นที่ จำนวนและตัวเลข ผ่านการสังเกตและสืบค้น สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเป็น และเกิดความเข้าใจถึงภาวะอ้างอิงอาศัยกันของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติรวมถึงตนเอง อย่างมีระบบแบบแผน ลำดับขั้นตอน สู่การสร้างหลักการทางคณิตศาสตร์ จากคำถามที่ว่า ทำอย่างไรให้คณิตศาสตร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนมีความสุขและสนใจที่จะเรียนรู้มากขึ้น จึงได้เกิดแนวคิดที่ว่าเรียนรู้คณิตศาสตร์ผ่านสิ่งใกล้ตัว จากกิจกรรมประจำวัน

การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

ภาษาอังกฤษ ถือว่าเป็นภาษาสากลของโลก ที่มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาต้องเรียนรู้ จากอิทธิพลของความก้าวไกลทางด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร ส่งผลให้ภาษาอังกฤษยิ่งทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร การศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย และยังก่อเกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันในสังคมโลกได้อีกทางหนึ่งด้วย

การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในโรงเรียน มีเป้าหมายเพื่อให้เด็กๆ สามารถปฏิบัติตามคำสั่งขั้นพื้นฐาน การเลือกใช้คำพูดสื่อสารที่สุภาพในการสื่อภาษา การทำงานร่วมกัน การแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น มีสมาธิ อดทน จดจ่อกับงานที่ทำ มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น มีความเคารพ ต่อตนเองและผู้อื่น เกิดทัศนคติเชิงบวกทางด้านการเรียนรู้ภาษา มีความรับผิดชอบ สามารถบริหารจัดการตัวเองในการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านหลักภาษา

รายวิชาบูรณาการโครงงาน (Problem Based Learning)

เป็นหน่วยการเรียนแบบบูรณาการที่ทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้จากปมปัญหาสู่ปัญญา เพราะสังคมโลกนับวันจะยิ่งซับซ้อนขึ้น จำนวนปัญหาจะมากขึ้น ซับซ้อนขึ้น ยุ่งเหยิงขึ้น กระบวนการเรียนรู้โดย PBLจะทำให้ผู้เรียนไม่ตื่นกลัวกับปัญหา มองปัญหาเป็นเรื่องท้าทายซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจต่อปัญหา และหาวิธีการแก้ปัญหา กระบวนการทำความเข้าใจต่อปัญหา และกระบวนการหาวิธีการหรือนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนจะต้องใช้ความรู้อันหลากหลาย (Multi Knowledge) และทักษะที่หลากหลาย (Multi skills) ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนเข้าถึงความเข้าใจหลักของเนื้อหาชุดนั้น และเกิดทักษะอันหลากหลายที่จำเป็นสำหรับศตวรรษใหม่ (21st Century Skills) ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และการเรียนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ทักษะการสังเคราะห์ข้อมูลและการจัดการความรู้ ทักษะชีวิต ทักษะ IT ทักษะสังคม การทำงานร่วมกัน การจัดการความขัดแย้ง การสื่อสาร การคิดหลายระดับ การสร้างปัจจัยการดำเนินชีวิต การดูแลสุขภาพ การแสวงหาข้อมูล การปรับตัว การออกแบบวิถีชีวิต อุปนิสัย การชี้นำตนเอง จิตสำนึกต่อคนอื่น วัฒนธรรมอื่นและต่อโลก ซึ่งร้อยเรียงความรู้ผ่านหน่วยการเรียนต่างๆ แยกออกเป็น 4 หน่วย ดังนี้

1. สังคม (Social) เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่เป็นตัวเอง เข้าใจความเป็นตัวตน เห็นคุณค่าและบทบาทหน้าที่ เรียนรู้ที่จะรู้จักผู้อื่นในครอบครัว เพื่อนๆ บุคคลหลากหลายอาชีพจากชุมชนรอบๆ ตัว จังหวัด ภูมิภาค ประเทศ ทวีป และโลก ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวพันเชื่อมโยงกันโดยมีลักษณะความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันหลายรูปแบบ เช่น อาชีพ อายุ เพศ ศาสนา ฐานะ ที่อยู่อาศัย และมักจะมีวัฒนธรรมหรือประเพณีรวมถึงภาษา การละเล่น และอาหารการกินของตนเองในแต่ละสังคม การที่มนุษย์รวมกันเป็นสังคมนั้น แต่ละคนเป็นเสมือนกลไกการขับเคลื่อนซึ่งกันและกัน ช่วยให้มนุษย์สามารถสร้างและพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จได้

2. ปรากฏการณ์ (Phenomenon) เป็นเรื่องราวความหลากหลายของสิ่งแวดล้อมต่างๆ นานาชนิด สสาร องค์ประกอบ เซลล์ แร่ธาตุ ก๊าซ พลังงาน ดิน น้ำ ลม ไฟ สิ่งมีชีวิตนานาพันธุ์ ระบบสุริยะ และจักรวาล ซึ่งมีสิ่งต่างๆ มากมาย มีความซับซ้อนในรูปร่าง ลักษณะ คุณสมบัติ การเปลี่ยนแปลง คุณค่าความสำคัญ เรียนรู้ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสังเกต ตั้งคำถาม วางแผน ใช้อุปกรณ์ในการสำรวจตรวจสอบ จัดกลุ่มข้อมูล แสดงความคิดเห็น บันทึก สรุปผล และอธิบายผล สื่อสารและนำเสนอสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ และรู้จักใช้ประโยชน์ของทรัพยากรในท้องถิ่น ประเทศ และโลก ได้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

3. ทักษะชีวิต (Life skill) คือ เห็นอกเห็นใจผู้อื่นโดยไม่ต้องบอก เป็นความสามารถขั้นพื้นฐานของบุคคลในการปรับตัวและมีพฤติกรรมเลือกทางเดินชีวิตที่เหมาะสมในการที่จะเผชิญกับสิ่งท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพสังคมปัจจุบัน และเตรียมพร้อมสำหรับการปรับตัวในอนาคต โดยใช้ความรู้ เจตคติ การจัดการกับความเครียด และทักษะในการจัดการกับปัญหารอบตัว ได้แก่ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดอย่างมีวิจารณญาณ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ความตระหนักในตนเอง การจัดการกับอารมณ์ การใช้อุปกรณ์ในการทำงานได้อย่างถูกวิธีและระมัดระวัง ความปลอดภัยในการทำงาน ทั้งนี้ต้องผ่านกระบวนการทำงานและฝึกฝนตนเองเป็นประจำและสม่ำเสมอ

4. ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) ถือเป็นทักษะหนึ่งที่ไม่ได้มีกันทุกคน แต่ก็เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้และแม้เพียงแค่ความพยายามที่จะมี empathy ก็เป็นสิ่งที่งดงามและน่าชื่นชม สิ่งที่จับได้ว่ามีเกิด Empathy คือ สนใจ ถามไถ่ในความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ของผู้อื่น มีความประสงค์ที่จะรับรู้และเข้าใจ พร้อมที่จะรับฟัง เพื่อให้เราสามารถหยั่งถึงความรู้สึกของผู้อื่นนั้นได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว empathy เป็นสิ่งที่ทำหน้าที่เชื่อมประสานโยงใยความเข้าใจและความรู้สึกนึกคิดระหว่างผู้คนจากทุกพื้นเพ เพศ วัย และสังคม ได้อย่างประเสริฐยิ่ง

school-05

การออกแบบกระบวนการเรียนรู้

สำหรับกรอบความคิดเพื่อการเรียนรู้และการสอนนั้น เชื่อว่าการเรียนรู้ทำให้บุคคลงอกงามทั้งผู้เรียนและครู การเรียนรู้มีความหมายมากกว่าการฟัง และการสอนที่ดีต้องมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง

DSCF5781.JPG

นอกจากนี้โรงเรียนยังได้สร้างวิชาจิตศึกษาขึ้นมา เพื่อเน้นการเรียนรู้ด้านใน และเพื่อพัฒนาความฉลาดทางจิตวิญญาณ (SQ) ให้เกิดความเข้าใจชีวิต เห็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมของสิ่งต่างๆ กับมนุษย์ การปลูกฝังค่านิยมเชิงลึกในจิตใต้สำนึก และจัดกิจกรรมพัฒนาคลื่นสมองต่ำ (Low Brain Wave Learning) เพื่อเตรียมสมองให้พร้อมกับการเรียนรู้ ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัด 30 นาที ก่อนเรียนทุกวัน

01.jpg

 

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ใช้ควบคู่กันไปกับการออกแบบการเรียนแบบบูรณาการ คือการใช้จิตวิทยาแนวใหม่กับผู้เรียน ที่เน้นการปลูกฝังสิ่งที่ดีงามในจิตใต้สำนึก ลดการหลั่งสาร cortical ซึ่งเป็นสารยับยั้งการเรียนรู้โดยการลดการเปรียบเทียบระหว่างบุคคล ลดคำพูดด้านลบ ลดการทำให้กลัว ไม่ใช้ความรุนแรง แล้วสร้างภาพพจน์ด้านบวก ให้ได้รับความรักและให้พลัง

จากสิ่งสำคัญทั้งหมดที่กล่าวมา โรงเรียนกาละพัฒน์จึงได้ออกแบบตารางเรียนเป็น 3 ช่วง ดังนี้

ช่วงเช้า เน้นการพัฒนา ความฉลาดทางด้านอารมณ์(EQ) และจิตวิญญาณ(SQ)
ช่วงสาย เน้นการพัฒนาความฉลาดทางด้านสติปัญญา (IQ)
ช่วงบ่าย เน้นการพัฒนาความฉลาดทางด้านร่างกาย (PQ)